เป้าของหน้านี้คือทำให้คำพวก clone, branch, commit, remote, issue, PR, code review, CI/Actions กลายเป็นเรื่องง่าย ไม่ใช่ศัพท์ลอย ๆ
Git คือระบบเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงของไฟล์/โค้ด เช่น วันนี้แก้อะไร เมื่อวาน revert ได้ไหม ใครแก้บรรทัดนี้
GitHub คือเว็บ/บริการที่เอา repo Git ไปเก็บไว้บนออนไลน์ แล้วเพิ่มของที่คนทำงานร่วมกันใช้ เช่น PR, Issue, Review, CI, Actions
คือเอาโปรเจกต์จาก GitHub มาวางใน Mac ของหญิง เพื่อเปิดไฟล์ แก้โค้ด รันโปรแกรม หรือดูเอกสารในเครื่องได้
git clone https://github.com/owner/repo.git
Issue คือ “มีงานอะไรต้องทำ” ส่วน PR คือ “งานทำเสร็จแล้ว ขอเอาเข้า main ได้ไหม”
คืออ่าน diff แล้วเช็กว่าแก้ถูกจุดไหม มี side effect ไหม มีอะไรน่าปรับก่อน merge
คือดูว่าระบบอัตโนมัติผ่านไหม เช่น tests ผ่าน, build ผ่าน, deploy ผ่าน
ใช้ดูว่าเราอยู่เส้นงานไหน, บันทึกอะไรไปบ้าง, แล้ว repo นี้ชี้ไป GitHub ที่ไหน
เช่น “เพิ่มปุ่มส่งใบเสร็จ” หรือ “แก้บั๊กยอดรวมผิด” งานนี้มักถูกบันทึกเป็น Issue
ไม่แก้บน main ตรง ๆ แต่แยก branch เช่น feature/receipt-button
เปิดโปรเจกต์ แก้โค้ด ทดสอบในเครื่อง
บันทึกการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วง ๆ พร้อมข้อความ เช่น feat: add receipt send button
เอา branch ที่เราทำขึ้นไปบน GitHub
ขอ merge งานเข้ากับ main พร้อม description ว่าแก้อะไร มีผลอะไร ต้องเช็กอะไร
ระบบรัน test อัตโนมัติ และคน/AI มาช่วย review
พอผ่าน review และ CI แล้ว ค่อย merge เข้าเส้นหลัก
git clone https://github.com/owner/repo.git # ดึง repo มาลงเครื่อง git branch # ดู branch ที่มี git checkout -b feature/my-task # สร้าง branch ใหม่แล้วสลับไป branch นั้น git status # ดูว่าไฟล์ไหนเปลี่ยนบ้าง git add . # เตรียมไฟล์ที่จะ commit git commit -m "feat: add receipt send button" # บันทึกการเปลี่ยนแปลงเป็น 1 จุด git push origin feature/my-task # ส่ง branch นี้ขึ้น GitHub git pull # ดึงของใหม่จาก GitHub git remote -v # ดูว่า repo นี้ชี้ไปที่ GitHub ไหน git log --oneline --decorate -n 10 # ดู commit ล่าสุดแบบสั้น ๆ
เหมาะกับการเก็บงาน เช่น bug, feature, TODO, คำถาม, task สำหรับ AI/dev
เป็นที่คุยกันก่อน merge โค้ด เหมาะมากเวลาให้คนหรือ AI review
หน้าที่บอกว่า automation ผ่านไหม เช่น lint, unit tests, build, deploy
ดูไฟล์ทั้งหมด, branch selector, commit history, download zip, copy clone URL
ตัวอย่าง: “ยอดรายวันรวม VAT ผิด”
ตัวอย่าง: “Fix VAT calculation in daily summary”
ถ้าไม่มี CI เวลามีคน push อาจจะไม่รู้เลยว่าโค้ดพังหรือ test fail แต่ถ้ามี CI ระบบจะเช็กให้ทันที
หญิงสั่งเฮอว่า “clone repo นี้มาแล้วดูว่ามีไฟล์ config ตรงไหน”
แปลว่าเฮอจะ clone repo ลงเครื่อง แล้วอ่านไฟล์ในเครื่อง
หญิงสั่งว่า “เพิ่ม export PDF”
flow ที่ดีคือเปิด issue → แยก branch → เขียนโค้ด → เปิด PR
หญิงบอกว่า “PR นี้ CI fail”
เฮอจะไปดู Actions log ว่าพังเพราะ test, lint หรือ build
ใช้ git remote -v
จะบอกว่า origin ชี้ไป GitHub URL ไหน
repo / branch / commit / issue / PR
มีงาน → ทำ branch → commit → push → เปิด PR
เช่น “clone repo นี้มา”, “ดู PR นี้”, “เปิด issue นี้”, “อธิบาย CI fail อันนี้หน่อย”